ยกระดับธุรกิจด้วยศิลปะแห่งการจัดวางต้นไม้
ในยุคที่ 'Visual Experience' สำคัญพอๆ กับคุณภาพของสินค้า การสร้างบรรยากาศที่น่าประทับใจคือหัวใจหลักของการทำธุรกิจ โดยเฉพาะสไตล์ Minimalist และ Japandi ที่เน้นความโปร่ง สบายตา การใช้ต้นไม้เป็น 'Living Art' จึงเป็นเทคนิคที่นักออกแบบระดับโลกนิยมใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าให้พื้นที่1. สร้างจุดนำสายตาด้วย Statement Plant
แทนที่จะวางต้นไม้เล็กๆ กระจัดกระจาย ลองเลือกใช้ ไทรใบสัก (Fiddle Leaf Fig) หรือ ต้นโอลีฟ (Olive Tree) ที่มีฟอร์มลำต้นสวยงามวางในมุมเด่นเพียงต้นเดียว การเลือกสีกระถางแบบ Earth Tone หรือ Concrete Texture จะช่วยขับเน้นสีเขียวของใบให้ดูโดดเด่นและดู 'แพง' ขึ้นทันที2. เพิ่มมิติด้วย Vertical Rhythm
สำหรับพื้นที่จำกัด การใช้ไม้แขวนอย่าง เดปกระดุม หรือ พลูด่างบราซิล ปล่อยให้เถาเลื้อยลงมาตามชั้นวางไม้สีอ่อน จะช่วยลดความแข็งกระด้างของโครงสร้างอาคาร และสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย (Biophilic Design) ที่ช่วยให้ลูกค้าอยากนั่งอยู่ในร้านนานขึ้น3. แบ่งสัดส่วนพื้นที่ด้วย Natural Partition
แทนที่จะใช้ฉากกั้นทึบ ลองใช้ ลิ้นมังกร (Snake Plant) ใส่ในกระถางทรงสี่เหลี่ยมยาวเพื่อทำหน้าที่เป็นแนวกันชนระหว่างโต๊ะ นอกจากจะดูโมเดิร์นแล้ว ลิ้นมังกรยังเป็นต้นไม้ที่ดูแลง่ายมาก ทนต่อเครื่องปรับอากาศ และช่วยฟอกอากาศภายในร้านได้เป็นอย่างดี4. การเลือกวัสดุและทิศทางแสง
หัวใจของความมินิมอลคือความสะอาดตา ควรเลือกใช้หินโรยหน้าดินโทนสีขาวหรือสีครีมเพื่อปิดรอยดิน และจัดวางต้นไม้ในตำแหน่งที่ได้รับแสงธรรมชาติอย่างน้อย 4-6 ชั่วโมงต่อวัน หากเป็นมุมอับแสง แนะนำให้ใช้ไฟ Grow Light ดีไซน์สวยๆ เพื่อช่วยทั้งการเจริญเติบโตและสร้างบรรยากาศอุ่นๆ ในยามค่ำคืนหากคุณต้องการเปลี่ยนพื้นที่ธุรกิจให้กลายเป็นสเปซที่สวยงามจนใครๆ ก็อยากเช็คอิน หรือต้องการต้นไม้ฟอร์มสวยที่คัดสรรมาเพื่อการตกแต่งโดยเฉพาะ สามารถเลือกชมต้นไม้คุณภาพดีหรือทักมาปรึกษาการจัดวางสเปซได้ที่ร้าน ป๊าม๊าเดอะร์การ์เด้นเนอร์ เราพร้อมเนรมิตพื้นที่สีเขียวที่มีสไตล์ให้กับคุณครับ